เมื่อบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงเปลี่ยนแปรไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน ความต้องการและความปรารถนาของพวกเธอก็พลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่นที่สะท้อนอยู่ในนาฬิกาข้อมือที่พวกเธอสวมใส่

นี่คือนาฬิกาคอมพลิเคชั่น

ในอดีตนาฬิกาคอมพลิเคชั่นก็คล้ายกับรถสปอร์ต หรือมอลต์วิสกี้ ที่แทบจะทำขึ้นมาเพื่อผู้ชายเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนไปเช่นเดียวกับบทบาทและวิถีชีวิตของผู้หญิง และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สะท้อนผ่านนาฬิกาข้อมือที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพวกเธอโดยเฉพาะอีกด้วย ทั้งนี้เราไม่ได้พยายามจะบอกว่าคุณผู้หญิงทุกๆ คนหันมาให้ความสนใจนาฬิกากลไกที่มีความสามารถมากกว่าแค่การแสดงชั่วโมงและนาทีเท่านั้น หรือว่าเลิกสนใจรูปลักษณ์หน้าตาภายนอกของนาฬิกากันไปเลย ผู้หญิงก็ยังคงเป็นผู้หญิง ยังคงมีความชื่นชมหลงใหลในสิ่งสวยๆ งามๆ อยู่เหมือนเคย และสำหรับนาฬิกาคอมพลิเคชั่นหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่านาฬิกากลไกซับซ้อนที่จะดึงดูดความสนใจของสาวๆ ได้นั้น นอกจากจะต้องชวนพิศวงแล้วยังต้องประกอบไปด้วยความงดงามอีกด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกว่านาฬิกาข้อมือได้ลดความสำคัญลงเนื่องจากสมัยนี้ใครๆ ก็ดูเวลาจากโทรศัพท์หรือจอคอมพิวเตอร์แทบทั้งนั้น แต่สำหรับคนที่มองนาฬิกาข้อมือว่าเป็นมากกว่าสิ่งของธรรมดาทั่วไป ความงดงามและเรื่องราวเบื้องหลังงานฝีมือเหล่านี้ล้วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันน่าดึงดูดใจ เราจึงไม่แปลกใจเลยที่หลายปีที่ผ่านมา เหล่าแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงจะหันมาผลิตนาฬิกาคอมพลิเคชั่นที่ออกแบบสำหรับคุณผู้หญิงที่หลงใหลในงานศิลปะชั้นสูงโดยเฉพาะ และหนึ่งในนั้นก็คือปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) แบรนด์นาฬิกาอิสระที่สร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 175 ปี “ผู้หญิงมักจะมองนาฬิกาด้วยมุมมองที่ไม่เหมือนกับผู้ชาย พวกเธอจะเน้นคุณภาพอย่างมากและพิจารณาอย่างละเอียดละออ”

ความจริงแล้วถ้าพิจารณาถึงประวัติศาสตร์เกือบสองร้อยปีของ Patek Philippe ได้ผลิตนาฬิกาสำหรับผู้หญิงมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อแบรนด์ว่า Patek, Czapek & Cie นาฬิการุ่นแรกๆ ของแบรนด์ได้ขายให้แก่มาดาม กอสซินสกา ซึ่งเธอได้กลัดเอาไว้ที่เสื้อเพื่อเป็นทั้งเครื่องประดับและเครื่องบอกเวลาไปในตัวด้วย เช่นเดียวกับนาฬิกาแบบ keyless winding system ที่สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียทรงหลงใหล และพอผู้หญิงเริ่มมีบทบาทเกี่ยวกับเรื่องนอกบ้านมากยิ่งขึ้น นาฬิกาก็ยิ่งได้รับความสำคัญกับวิถีชีวิตของผู้หญิงมากยิ่งขึ้น โดยในปีพ.ศ.2540 นับว่าเป็นปีเริ่มต้นศักราชใหม่เมื่อ Patek Philippe ได้ผลิตนาฬิกากลไกซับซ้อนสำหรับผู้หญิง ที่รวมเอาฟังก์ชั่นเวิลด์ไทม์ โครโนกราฟ ปฏิทิน รวมไปถึงกลไกสเกเลตันไว้ในเรือนเดียวกัน ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการที่ทาง Patek Phillipe ให้ความสำคัญกับการผลิตนาฬิกาผู้หญิง

จากประวัติศาสตร์ถึงปัจจุบัน

นอกจากเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน Patek Philippe ยังคงไม่หยุดประดิษฐ์นาฬิกาคอมพลิเคชั่นสำหรับผู้หญิง อย่างเช่นรุ่นที่มีฟังก์ชั่นมูนเฟส (Moon phase) ที่แสดงการหมุนรอบตัวเองและการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ ทำให้เราสามารถมองเห็นรูปทรงของดวงจันทร์ที่มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละคืน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ข้างขึ้น ข้างแรม นี่ถือเป็นอีกหนึ่งในฟังก์ชั่นที่บรรดาสาวๆ ชื่นชอบเพราะความโรแมนติกที่ผูกติดกับเรื่องราวของดวงดาวบนท้องฟ้า ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เราจะไม่จำเป็นต้องดูดวงดาวเพื่อคำนวณวันเวลาหรือตำแหน่งและทิศทางของจุดที่เราอยู่กันแล้วก็ตาม

ในปีพ.ศ.2556 ทาง Patek Philippe ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นนาฬิกาผู้หญิงที่มีฟังก์ชั่นมูนเฟสอีกครั้ง และยังคงเป็นที่นิยมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยความน่าสนใจของนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้เป็นความงามสง่าในสไตล์ Calatrava ซึ่งถือว่าเป็นคอ่ลเลคชั่นคลาสสิกของแบรนด์ ตัวเรือนขนาด 33 มิลลิเมตรสีเยลโลว์โกลด์ ประดับด้วยเพชรจำนวน 66 เม็ดตามขอบดูเหมือนแสงดาวระยิบระยับ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าเป็นสไตล์ Officer ซึ่ง Patek Philippe เคยนำเสนอเมื่อในอดีตซึ่งได้รับความนิยมมานานเกือบร้อยปี ความแตกต่างของนาฬิกาตัวเรือน Officer จากนาฬิกาตัวเรือนกลมรุ่นอื่นๆ อยู่ที่ขาเชื่อมสายทรงตรงพร้อมตัวยึดสายรัดข้อมือแบบน็อต นอกจากนี้พื้นหน้าปัดสีครีมยังช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเลขแบบเบรเกต์ที่ทำจากทองคำและยึดติดลงไปบนพื้นหน้าปัด เช่นเดียวกับเข็มบอกเวลาทรงปัวเรต์ สจวร์ตที่แสดงชั่วโมงและนาที ส่วนที่เป็นจุดเด่นสำหรับรุ่นนี้ก็คือวงหน้าปัดย่อยแสดงข้างขึ้น ข้างแรมพร้อมเข็มทรงยาวแสดงวินาทีในวงหน้าปัดเดียวกัน

นาฬิกาเรือนนี้ใช้กลไก 215 PS LU ซึ่งเป็นแบบขึ้นลานด้วยมือ เจ้าของนาฬิกาจึงต้องมีความเอาใจใส่คอยหมุนเม็ดมะยมเติมลานให้นาฬิกาอยู่เสมอจึงจะสามารถเดินได้อย่างเที่ยงตรง โดยความเที่ยงตรงที่ว่านี้จะมีความคลาดเคลื่อนเพียง -3 ถึง +2 วินาทีต่อวันเท่านั้น เช่นเดียวกับระบบคอมพลิเคชั่นมูนเฟสที่แสดงข้อมูลได้เที่ยงตรงโดยไม่ต้องคอยปรับตั้งอะไรเพิ่มเติมเป็นเวลานานถึง 122 ปี นอกไปจากนี้ตัวกลไกภายในยังถูกผลิตขึ้นด้วยความพิถีพิถัน ถ้าพลิกด้านหลังขึ้นมาดูจะเห็นการแกะสลักลวดลายที่สวยงามบนชิ้นส่วนกลไกต่างๆ ผ่านกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ อันประกอบไปด้วย บาลานซ์ Gyromax และบาลานซ์สปริง Spiromax ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทางแบรนด์ได้คิดค้นขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2492 รวมไปถึงการเลือกวัสดุที่ไม่ทำปฎิกิริยากับสนามแม่เหล็ก จึงทำให้มั่นใจได้ว่านาฬิกาเรือนนี้จะอยู่คู่กับเจ้าของไปได้ยาวนาน ดั่งสโลแกนของทางแบรนด์ที่ว่า “คุณไม่ได้ครอบครองนาฬิกา Patek Philippe แต่เก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นต่อไป”
นาฬิกาผู้หญิง patek philippe รุ่น annual calendar ref.4948
สำหรับประดิษฐกรรมใหม่ประจำปีนี้ได้แก่นาฬิกาข้อมือฟังก์ชั่นมูนเฟสเช่นเดียวกัน โดยถึงแม้จะทำงานด้วยกลไกอันสลับซับซ้อนแต่กลับใช้งานได้ง่าย เพราะเป็นระบบขึ้นลานอัตโนมัติและทำงานอย่างเที่ยงตรงแม่นยำ จึงไม่จำเป็นต้องคอยปรับตั้งเวลาใหม่กันบ่อยๆ และนอกจากฟังก์ชั่นมูนเฟสที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างงดงามแล้ว ยังมี Annual Calendar อีกหนึ่งฟังก์ชั่นมากประโยชน์ยอดนิยม แสดงวันที่ผ่านช่องสี่เหลี่ยมเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา วันและเดือนบนหน้าปัดย่อย ด้วยกลไก Caliber 324 QA LU ที่ทำงานด้วยความถี่ 480 ครั้ง/นาที สามารถสำรองพลังงานไว้นานได้สูงสุด 45 ชั่วโมง โดยวางใจได้ในความเที่ยงตรงของเวลาเพราะสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทางแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นระบบลานแบบ Gyromax หรือว่าสปริง Spiromax ซึ่งทางแบรนด์ได้พัฒนาปรับปรุงมาเป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ และได้นำมาใส่ไว้ในเครื่องของนาฬิการ่วมสมัยหลายต่อหลายรุ่นที่วางขายในปัจจุบัน

ถ้าจะว่ากันในเรื่องของความสวยงามแล้ว นาฬิการุ่น Annual Calendar Ref.4948 นี้ได้ออกแบบตัวเรือนใหม่ให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายที่โค้งมน โดยเฉพาะส่วนตัวเรือนที่เชื่อมต่อกับขาสาย และเพิ่มประกายวาววับด้วยเพชรน้ำงาม ซึ่งแบ่งเป็นสองรุ่นคือ รุ่นตัวเรือนไวท์โกลด์พื้นหน้าปัดมุกสีดำเหลือบ และรุ่นตัวเรือนโรสโกลด์พื้นหน้าปัดมุกสีขาว

ฟังก์ชั่นสำหรับนักเดินทาง

มีฟังก์ชั่นหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากนั่นคือฟังก์ชั่นไทม์โซน โดยมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เดินทางไปมาหรือมีธุระติดต่อกับต่างประเทศอยู่เป็นประจำ โดยช่วยให้เราทราบถึงความแตกต่างของเวลาในแต่ละส่วนของโลก โดยแต่เขตเวลาหรือที่เรียกกันว่าไทม์โซนนั้นถูกกำหนดขึ้นในการประชุมนานาชาติที่เมืองเมอริเดียน ประเทศอังกฤษเมื่อปีพ.ศ.2427 โดยได้แบ่งไทม์โซนออกเป็น 24 เขต เว้นช่วงห่างกันเขตละ 1 ชั่วโมง และแต่ละเขตกินพื้นที่ 15 ละติจูด ซึ่งนาฬิกาข้อมือประเภทนี้จะมีทั้งนาฬิกาแบบสองไทม์โซน, มัลติไทม์โซน และนาฬิกาที่สลับซับซ้อนมากๆ อย่าง 24 ไทม์โซนเลย

นาฬิกา Patek Philippe รุ่น Calatrava Travel Time Ref.713G

สำหรับนาฬิกา Calatrava Travel Time Ref.713G-001 ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาข้อมือแบบสองไทม์ไซนที่เหมาะกับคุณผู้หญิงที่ต้องเดินทางไปยังต่างประเทศมาก แถมด้วยการออกแบบที่หรูหราสง่างามของนาฬิกาเรือนนี้ยังช่วยให้สามารถจับคู่กับลุคต่างๆ ได้ง่าย ด้วยตัวเรือนที่เป็นไวท์โกลด์ประกอบกับสายหนัง มีดีไซน์ที่โค้งมนเข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะตรงส่วนขาของตัวเรือนที่ต่อกับสายนาฬิกา พื้นหน้าปัดขัดลายแบบรัศมีสีน้ำตาล และตัวเลขแบบ applied ก็เป็นไวท์โกลด์เช่นกัน สามารถใช้ปุ่มกดด้านข้างทั้งสองปุ่มปรับตั้งเวลาโฮมไทม์หรือเวลาของประเทศเรา โดยเข็มนี้จะเชื่อมต่อการทำงานกับหน้าปัดย่อยที่แสดงเวลา 24 ชั่วโมง

ตัวกลไกของนาฬิการุ่น Calatrava Travel Time Ref.7134G-001 นี้เป็นแบบหมุนลานด้วยมือ มาพร้อมเทคโนโลยีกลไกของแบรนด์ที่เป็นสปริง Spiromax และบาลานซ์สปริง Gyromax เช่นเคย สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 44 ชั่วโมง ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

กลไกสปอร์ตกับความหรูหรา

นาฬิกา patek philippe รุ่น ladies first chronograph

อีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่ไม่สามารถข้ามไปโดยไม่กล่าวถึงก็คือฟังก์ชั่นจับเวลาหรือโครโนกราฟ (Chronograph) นั่นเอง ในตอนที่นาฬิกาสปอร์ตสไตล์หรูหรากำลังเป็นที่นิยม Patek Philippe ก็ได้เปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟของผู้หญิงขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2552 ซึ่งเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เพราะทาง Patek Philippe ได้พัฒนากลไกขึ้นมาใหม่ โดยได้ชื่อว่าเป็นกลไกโครโนกราฟที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งนี้เพราะทางแบรนด์เล็งเห็นความสำคัญของกลุ่มลูกค้าผู้หญิงจึงได้เอากลไกดังกล่าวมาใส่ไว้ในนาฬิกาข้อมือผู้หญิงก่อน โดยแตกต่างจากวิถีปฎิบัติของวงการนาฬิกาที่มักจะใช้กลไกรุ่นใหม่ๆ กับนาฬิกาข้อมือผู้ชายก่อน

ด้วยความที่ผู้หญิงได้ใช้ก่อนนาฬิการุ่นนี้จึงได้รับการขนานนามว่า Ladies First Chronograph นั่นเอง ตอนแรกจะวางขายรุ่นโรสโกลด์ก่อน แล้วจึงตามมาด้วยรุ่นที่เป็นไวท์โกลด์ สำหรับตัวเครื่องกลไกของนาฬิการุ่น Ladies First Chronograph นี้นั้นจะเป็นกลไกที่ขึ้นลานด้วยมือ มาพร้อมระบบโครโนกราฟแบบคอลัมน์วีล ซึ่งพบได้ทั่วไปในนาฬิกาข้อมือชั้นสูง สำหรับระบบคอลัมน์วีลจะแตกต่างจากระบบลีเวอร์ตรงที่ชิ้นส่วนที่อยู่ข้างใน โดยมีข้อดีคือให้สัมผัสการกดปุ่มที่นุ่มนวลกว่า

ส่วนการออกแบบตัวเรือนนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ Art Deco ด้วยตัวเรือนทรงเหลี่ยมมุมมนที่เป็นไวท์หรือโรสโกลด์ประดับด้วยเพชรจำนวน 116 เมตร ใช้กระจกหน้าปัดเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้ง ตรงขาสายออกแบบให้สามารถบิดพับได้ จึงทำให้สามารถสวมนาฬิกาสปอร์ตที่มักจะมีตัวเรือนหนาเทอะทะมีความกระชับรับกับข้อมือผู้หญิงได้อย่างดี แถมการออกแบบให้ปุ่มกดจับเวลาเป็นทรงสี่เหลี่ยมและหน้าปัดย่อยเยื้องศูนย์ หลักบอกเวลาเป็นตัวเลขโรมันผสมกับขีด ทำให้นาฬิกาผู้หญิงรุ่นนี้มีกลิ่นไอของเรโทร-คลาสสิค โดยหน้าปัดจะมีให้เลือกสามสีกับสายสามแบบสีเดียวกับหน้าปัดคือ สีขาว เทาและน้ำเงิน