ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นในคอลเลคชั่น Minimalistic ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของตัวเรือนรูปทรงเพรียวบางและเส้นสายที่บางเบา  แต่มีการขยายขนาดจากรุ่นปกติให้เป็น 42 มม. เพื่อรองรับการเป็นนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟได้อย่างแนบเนียน  หน้าปัดลายรัศมีพระอาทิตย์ของนาฬิกาข้อมือรุ่นนี้จำเป็นต้องมีวงหน้าปัดย่อยตามมาตรฐานโครโนกราฟ  แต่ก็ไม่ได้มองดูรกหรือคับแคบแต่อย่างใด  มีเข็มวินาทีต่อเนื่องที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา วงทดเวลา 30 นาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาและมีเข็มบอกเวลาในประเทศที่สอง ซึ่งกลมกลืนกับส่วนประกอบอื่นๆ ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา
ไม่เพียงแค่เฉพาะเรื่องรูปลักษณ์เท่านั้นที่ลงตัว  ตัวเครื่องกลไกนาฬิกาที่ใช้ก็เป็นการพัฒนาที่ลงตัวเช่นกัน  เริ่มต้นด้วยการนำเครื่องออโตเมติกรุ่นเก่ามาพัฒนาต่ออีกโดยใช้เวลานานถึง 3 ปีจนได้เป็นเครื่องโครโนกราฟรุ่นใหม่ออกมา  สามารถสำรองพลังงานไว้ในลานได้นาน 50 ชั่วโมง  แถมยังเป็นเครื่อง flyback อีกด้วย  โดยที่บนหน้าปัดไม่ได้บอกข้อมูลอะไร  แต่ผู้ใช้นาฬิกาสามารถกดเริ่มจับเวลาครั้งใหม่ได้ในจังหวะเดียวโดยไม่ต้องกดหยุดและรีเซ็ทก่อนจะเริ่มจับเวลาใหม่อีกครั้ง

นาฬิกาแบรนด์ Emporio Armani รุ่น Diver Master Chronograph มีความหนาเพียง 8.24 มม. เท่ากับว่าเป็นนาฬิกาโครโนกราฟแบบไขลานที่มีฟังก์ชั่น Flyback ซึ่งมีความบางที่สุดในโลก  สมศักดิ์ศรีที่เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับการผลิตเรือนเวลาที่มีความบางเฉียบ  นาฬิกาคอลเลคชั่นนี้จะมีให้เลือกสองรุ่นด้วยกัน  ได้แก่ รุ่นตัวเรือนโรสโกลด์แบบเรียบและรุ่นตัวเรือนสีเงินประดับเพชรทรงกลมจำนวน 48 เม็ด รวมน้ำหนัก 1.2 กะรัต โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับสายหนังแท้จระเข้และล็อคด้วยหัวเข็มขัด  ทำให้ทั้งสองรุ่นนี้มีความเป็น Emporio Armani อย่างเต็มเปี่ยมด้วย