สำหรับของใช้ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบันนี้ แต่ในอดีตกลับเป็นสิ่งที่ถูกสงวนไว้เฉพาะในสังคมชั้นสูง มีตัวอย่างนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศต่างๆ สุรา หรือแม้กระทั่งช็อคโกแลต และแน่นอนที่สุด นาฬิกาข้อมือ นั่นเอง ซึ่งกว่าที่คนทั่วไปจะได้ใช้สินค้าเหล่านี้ เวลาก็ล่วงเลยมานานหลายสิบปี

ประวัติศาสตร์ของนาฬิกาเรือนงาม

ธรรมเนียมปฏิบัติในอดีตก็คือ บรรดาข้าราชบริพารจะใช้เวลาและความอดทน ค้นหาช่างฝีมือที่เก่งที่สุดในเมืองให้กับราชสำนัก ช่างฝีมือที่เก่งที่สุดเท่านั้นจึงจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากราชสำนัก และความมีชื่อเสียงก็จะตามมาอย่างท่วมท้น การมีลูกค้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงนั้นนับเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในสมัยก่อนเพราะในยุคนั้นการมีลูกค้าประจำในระดับนี้เพียงแค่ไม่กี่รายก็สามารถทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับนาฬิกาและเครื่องประดับดำรงอยู่ได้อย่างสบายๆ จากค่าจ้างอันสูงลิ่ว ทำให้ช่างฝีมือมีเวลาค้นคว้าและพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการของตน จนส่งผลต่อเนื่องให้มีผลงานเป็นที่ยอมรับและรู้จักกันอย่างกว้างขวาง

ในเวลาต่อมาหลังจากที่ช่างฝีมือได้สั่งสมชื่อเสียงและเงินทุนจนได้ระดับหนึ่งแล้ว พอมาถึงยุคหลังๆ ก็ได้มีการก่อตั้งแบรนด์ของตนเองขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ขยายกิจการจนใหญ่โตมีพนักงานหรือลูกมือมากมาย ไม่ได้เป็นธุรกิจเล็กๆ ทำกันในครอบครัวเพียงแค่คนสองคนเหมือนยุคเริ่มแรก เพราะในยุคหลังๆ เครื่องแต่งกายแบรนด์หรูๆ ไม่ได้สงวนไว้เฉพาะในชนชั้นสูงเพียงอย่างเดียว ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นจากบรรดาเศรษฐีผู้ที่อาจจะไม่ได้มียศฐาบรรดาศักดิ์อะไรแต่สนใจอยากจะได้ของสวยๆ งามๆ จากแบรนด์อันหรูหรามีชื่อเสียงไว้ในครอบครองเช่นเดียวกัน