เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2002 Louis Vuitton ได้เปิดตัวตึก Louis Vuitton Omotesando ตึกรวมแห่งแรกของ Louis Vuitton ซึ่งมีร้านสาขาที่ Louis Vuitton ดำเนินการเอง (Flagship Store) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในตึกมีพื้นที่สำหรับร้านค้าตั้งแต่ชั้นใต้ดินชั้น 1 จนถึงชั้น 4 และยังมี LV Hall พื้นที่เอนกประสงค์ และ LV Salon แห่งแรกในประเทศสำหรับลูกค้าด้วย ขนาดของพื้นที่รวม 10 ชั้น อยู่บนดิน 8 ชั้น ใต้ดิน 2 ชั้น รวมพื้นที่ 3,327 ตร.ม. ถือเป็นพื้นที่ของ Louis Vuitton ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2004 ในวันครบรอบ 150 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์ Louis Vuitton ได้เปิดตัวร้านบนถนนฟิฟท์ อเวนิว (5th Avenue) ที่นิวยอร์ก ในฐานะร้านที่ใหญ่ที่สุดยิ่งกว่าร้าน Louis Vuitton Omotesando ต่อจากนั้นในเดือนธันวาคม ปี 2005 ได้เปิดสำนักงานใหญ่ขึ้นที่ถนนอ ฌองเซลิเซ่ (Champs-Elysees) ในปารีส แต่ร้าน Louis Vuitton Omotesando ยังคงใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับเกียรติให้อยู่ในฐานะที่ใหญ่ระดับโลกต่อไป

Louis Vuitton Omotesando เป็นร้านในประเทศลำดับที่ 44 แต่กำหนดให้เป็นร้านลำดับที่ 7 ในฐานะ Global Store ขนาดใหญ่ (ในร้านไม่ได้มีแค่กระเป๋า เพราะพื้นที่กว้างขวางสามารถรอบรับสินค้าของ Louis Vuitton ทุกชนิด มีทั้ง Pret – a – porer รองเท้า นาฬิกา ฯลฯ) จุน อาโอกิ (Jun Aoki) สถาปนิกรุ่นใหม่ที่ดูแลงานภายนอกอาคารของร้าน Louis Vuitton Nagoya Sakae และร้าน Louis Vuitton Matsuya Ginza เป็นผู้ออกแบบ ดีไซน์ของร้านได้แนวคิดมาจากการนำเอาหีบแบบดั้งเดิม มาวางซ้อนกันอย่างอิสระ สื่อจำนวนมากให้ความสนใจตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดตัว จนกลายเป็นประเด็นพูดคุยกันอย่างกว้างขวางทั่วเกาะญี่ปุ่น

ต่อจากนั้นร้าน Louis Vuitton Ginza Namiki Dori ได้จัดงานเปิดตัวร้านหลังปรับปรุงใหม่ในวันที่ 3 กันยายน 2004 ถือเป็นการระลึกครบรอบ 150 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์ ผ่านไป 23 ปี หลังจากเปิดร้านบนถนนแห่งแรกที่กินซ่า ร้าน Louis Vuitton Ginza Namiki Dori ถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยที่ภายในร้านมีพื้นที่แสดงและขายสินค้าตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จนถึงชั้น 5 รวมพื้นที่ 1,597 ตร.ม.  และเมื่อไม่นานมานี้กระแสการพัฒนาตัวเมองให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ทำให้ชาวญี่ปุ่นตื่นตัว การกระตุ้นย่านธุรกิจมารุโนะอุชิ, รปปงงิ

ตึก Louis Vuitton Omotesando

ในเดือนกันยายน ปี 2002 ทางแบรนด์ Louis Vuitton ได้เปิดตัวตึกรวมแห่งแรกซึ่งเป็นร้านสาขาของ Louis Vuitton ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ชื่อว่าร้าน Louis Vuitton Omotesando) จะเรียกว่าตึกแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแฟชั่นของญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะได้ส่งข้อมูลข่าวสารจากแบรนด์ Louis Vuitton เข้าไปในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก จุน อาโอกิ ซึ่งออกแบบร้าน Louis Vuitton Nagoya Sakae และร้าน Louis Vuitton Matsuya Ginza เลือกและออกแบบโดยการประกวดแบบถึง 3 ครั้ง หีบแบบดั้งเดิมของ Louis Vuitton ที่วางซ้อนกันอย่างอิสระคือคอนเซปต์ของดีไซน์นี้ (Roppongi), ชิโอโดเมะ (Shiodome) นั้นนับว่าดีเยี่ยม ขณะเดียวกันกินซ่า, โอโอเทะซันโด และอาโอยาม่า ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นถนนแฟชั่นอยู่แล้วก็ยังคงมีชีวิตชีวาดีอยู่ Louis Vuitton เลือกตั้งร้านบนถนนทั้งที่กินซ่าและโอโมเทะซันโด บริเวณที่เรียกว่าถนนแฟชั่นซึ่งเป็นทำเลที่แบรนด์ต่างๆ ต้องการจะตั้งร้าน และมูลค่าที่ดินสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โอโมเทะซันโดคือชื่อสถานีรถไฟสถานีหนึ่งของญี่ปุ่น (ระบบ Tokyo Metro) ซึ่งอยู่บริเวณบล็อกที่ 3-6 มินามิอาโอยาม่า เขตมินาโตะ บล็อกที่ 2-3 คิตะอาโอยาม่า เขตมินาโตะและบล็อกที่ 3-5 จินกุมาเอะ เขตชิบุยะ จากการประเมินราคาที่ดินย่านโอโมเทะซันโดสูงขึ้นถึงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเหตุผลก็เพราะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สำหรับเปิดร้านแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศนั่นเอง

พอเอ่ยถึงถนนกินซ่านามิคิคงจะไม่ใช่คำกล่าวอ้างที่เกินจริงไป ถ้าจะบอกว่า ร้านรวมสินค้านำเข้า (Import Select Shop) อย่างร้านหลัก Sun Motoyama Ginza ซึ่งเปิดในปี 1964 และร้าน Louis Vuitton Ginza Namki Dori ปี 1981 เป็นต้นกำเนิดของถนนแบรนด์ในตอนนี้ เพราะหลังจากทั้งสองร้านเปิดดำเนินการก็มีสินค้าแบรนด์ดังชั้นนำของโลก เช่น Channel, Gucci, Cartier, Christian Dior, Loewe และ Coach ทยอยเข้ามาเปิดร้านที่บริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่ามีเสน่ห์ดึงดูดแบรนด์ให้เข้ามารวมตัวกัน หลังจากนั้นแบรนด์ที่ไม่ได้ตั้งร้านอยู่บนถนนกินซ่านามิคิก็ได้ขยายขอบเขตของถนนแบรนด์ไปยังถนนชูโอ ถนนฮารุมิ (Harumi Dori) และละแวกกินซ่าจนเกิดภาพอย่างในปัจจุบัน พอมาถึงตอนนี้ถ้าถามว่าแบรนด์เป็นตัวสร้างภาพลักษณ์ให้เมือง หรือเพราะเมืองภาพลักษณ์ดีแบรนด์จึงเข้ามาอยู่รวมกัน ก็เหมือนความสัมพันธ์ของไก่กับไข่ แต่ถ้าพูดถึงผู้ที่เปลี่ยนกินซ่า ศูนย์กลางวัฒนธรรมของโตเกียวมาเป็นย่านแห่งแบรนด์ แล้วบอกว่าเป็น Louis Vuitton และ Sun Motoyama ก็คงจะไม่ผิด

ส่วนที่ย่านโอโมเทะซันโด LVMH เริ่มจากเปิดร้านของ Louis Vuitton ตามด้วย Fendi, Celine, Donna Karan, Loewe (ร้านของ 4 แบรนด์หลังตั้งอยู่ในตึก One Omotesando) , Christian Dior, Chaumet, TAG Heuer ฯลฯ การเปิดร้านแบรนด์ขยายขอบเขตกว้างขวางออกไปราวกับจะยึดครองเป็นอาณาจักรของ LVMH นอกเหนือจากอาณาจักร LVMH ทั้ง Gucci, Prada, Channel, Yves Saint Laurent, Emporio Armani, Burberry, Chole, Ralph Lauren ก็เปิดร้านอย่างต่อเนื่องเช่นกันไม่ว่าจะเป็นที่กินซ่า โอโมเทะซันโด หรืออาโอยาม่า แบรนด์ที่ต้องการจะดึงดูดผู้คนล้วนเปิดร้านบนถนนเหล่านี้ ซึ่งเป็นที่ที่เหมาะกับแบรนด์ แม้ว่าการกำหนดคุณค่ามาตรฐานของแต่ละแบรนด์จะแตกต่างกัน แต่ก็ช่วยให้ภาพลักษณ์ของย่านนั้นดีขึ้น การเปิดร้านก็เร็วขึ้น เกิดวงจรที่ดีที่แบรนด์ต่างๆ ได้มารวมตัวกัน

มุมมองที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นมุมมองของทางฝั่งแบรนด์ หากมองจากอีกมุมหนึ่งร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่กับย่านนี้มาตั้งแต่อดีต และรักในประวัติศาสตร์ของเมืองนั้นต่างวิตกกังวลว่า ถ้าความนิยมของแบรนด์ไฮคลาสลดลง แบรนด์ที่เป็นเงินทุนจากต่างชาติจะออกไปจากเมือง แล้วเมืองจะเกิดช่องโหว่ขึ้น แต่ตลาดที่ญี่ปุ่นในปัจจุบันเป็นตลาดสำคัญของโลก ในจำนวนนั้น กินซ่า โอโอเทะซันโด และอาโอยาม่า ก็เป็นทำเลที่คนส่วนใหญ่ต้องการเปิดร้าน โดยที่ไม่เคยสนใจเลยว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ก่อนที่จะประสบความสำเร็จระดับโลก แบรนด์หรูต่างๆ จำเป็นจะต้องช่วงชิงความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่นซึ่งมีสัดส่วนยอดขายสูงให้ได้เสียก่อน โดยมีกินซ่า โอโมเทะซันโด และอาโอยาม่าเป็นสนามรบหลัก ที่ดินที่กินซ่าถือว่าราคาสูงที่สุดในญี่ปุ่น ตามมาด้วยโอโมเทะซันโด และอาโอยาม่า ภายหลังวิกฤตฟองสบู่แตก ที่ดินว่างเปล่าซึ่งเป็นผลจากการปิดกิจการและการยุบรวมตัวของร้านที่มีผลประกอบการต่ำอย่างธนาคารและบริษัทรักษาความปลอดภัย ยิ่งทำให้เกิดถนนแบรนด์รวดเร็วขึ้นอีก

Louis Vuitton ที่ Midland Square

ไม่ใช่เฉพาะในโตเกียวเท่านั้น เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2007 LVJ Group บริษันำเข้าและจัดจำหน่าย Louis Vuitton ในญี่ปุ่น ได้เปิดร้านที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทไค รวมพื้นที่ 897 ตร.ม. ที่บริเวณชั้น 1 ของ “Midland Square” ตึกสูงหน้าสถานีนาโกย่า เมืองนาโกย่า เพียงแค่วันแรก ก็มีลูกค้าเข้าร้านถึง 2,500 คน

ร้านนี้ถือเป็นร้าน Louis Vuitton ลำดับที่ 54 ในญี่ปุ่น และเป็นร้านลำดับที่ 11 ในฐานะร้านขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากสินค้าเครื่องหนังที่เป็นกำลังหลักอย่างกระเป๋าแล้ว ยังมีพวกเสื้อผ้าและรองเท้าด้วย จริงๆ แล้วที่เมืองนาโกย่ามีร้านขนาดใหญ่ที่เขตซาคาเอะอยู่แล้ว แต่ที่นี่ใหญ่กว่าและยังวางแผนไว้ด้วยว่า ร้าน Louis Vuitton ที่ Midland Square จะดึงลูกค้าในเขตภูมิภาคไทโคมาได้ทั้งหมด

ที่เมืองโอซาก้า LVJ ก็มีความเคลื่อนไหวที่โดดเด่นเช่นกัน มีเรื่องเล่าว่า เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2006 LVJ ทุ่มเงินประมาณ 1 ล้านเยน เพื่อซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 750 ตร.ม. ซึ่งอยู่ตรงศูนย์กลางของโอซาก้า บริเวณธนาคารมิซุโฮะ สาขาชินไซบาชิ ซึ่งปิดตัวลง ทำเลตรงนี้ดีเยี่ยม แต่ถึงแม้จะหันหน้าเข้าหาถนนมิโดซุจิ แต่ราคา 45 ล้านเยนต่อเอเคอร์ก็มากกว่าราคาประเมินถึง 3 เท่า (นิตยสาร Shukan Diamond) ฉบับวันที่ 23 ธันวาคม 2006: สำนักพิมพ์ Diamondsha.) เป็นราคาหลังวิกฤติฟองสบู่แตกที่นับว่าสูงที่สุดในพื้นที่เดียวกัน จึงดึงให้ราคาที่ดินในละแวกนั้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงลือที่ว่า Vuitton ทำให้มิโดซุจิปั่นป่วน ก็มีให้ได้ยินเช่นกัน

การเปิดให้บริการร้าน Global Store แห่งแรกในญี่ปุ่นที่ชินไซบาชิ เมื่อปี 1998 LVJ Group ไม่ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้ที่ดินที่ซื้อมา เพราะในวงการมุ่งประเด็นไปที่ว่า LVJ ได้สร้างตึกใหม่ขึ้นมา แล้วย้าย Louis Vuitton มาจากชินไซบาชิซึ่งเดิมเคยเป็นศูนย์กลางตึกที่สร้างใหม่นี้เป็นตึกรวมซึ่งมีร้านของแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่ม เช่น Celine, Loewe, Fendi เปิดให้บริการด้วย เนื่องจากตึกแบรนด์รวมของ Celine, Loewe, Fendi ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งที่ One Omotesando และโกเบ

ทำเลที่ดีเยี่ยมในญี่ปุ่นก็เทียบเท่ากับทำเลอันยอดเยี่ยมของเอเชีย ถนนแบรนด์และร้านสาขาของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกคือวัตถุประสงค์หนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียเดินทางมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

การเปิดร้านในทำเลที่ดีเยี่ยมของญี่ปุ่น ประเทศใหญ่ที่บริโภคแบรนด์ในปริมาณมาก ให้ภาพลักษณ์ที่ดีมากกว่าจะมองว่าเป็นแค่การทำกำไร นอกจากนี้ยังมีเงินทุนมหาศาล ความแข็งแกร่งของอาณาจักร LVMH ทำให้มีเงินทุนขนาดใหญ่ทำ Brand Conglomerate ให้เห็นขอเพียงแบรนด์มีเงินทุนมหาศาลกับทำเลที่ดีเยี่ยม ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากทำเลที่ดีเยี่ยมนั้นๆได้มากขึ้น

ยกตัวอย่าง Hermes และ Coach หลังจากเปิดร้านสาขาซึ่งขึ้นกับบริษัทโดยตรงที่กินซ่า ยอดขายก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเปิดร้านในทำเลดีๆ เพราะจะได้กำไร หรือถ้าได้กำไรจะเปิดร้านในทำเลดีๆ แต่เป็นการเปิดร้านในทำเลดีๆ เพื่อจะทำกำไร “ข้อเตือนสติ” นี้ชี้ให้เปลี่ยนความคิดแบบโคเปอร์นิคัส (การเปลี่ยนเป็นเชื่อในสิ่งที่แตกต่างจากเดิม) แต่ถึงแม้จะคิดได้ก็ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถปฏิบัติตามได้ทันที